Jump to content

User:Thitut/Draft/ร่างธรรมนูญแห่งชุมนุมอวกาศยานศาสตร์และจรวดวิทยา ฉบับชั่วคราว

From ARC Technical Repository

ด้วยชุมนุมอวกาศยานศาสตร์และจรวดวิทยาจัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ปัจจุบันดำเนินการเป็นระยะเวลามากกว่า 2 ปีโดยไม่ได้ร่างและจัดทำธรรมนูญแห่งองค์กร เนื่องจากปัจจุบันเห็นเป็นสำคัญต่อการดำรงไว้ซึ่งกิจกรรมของชุมนุมฯ จึงได้ร่างธรรมนูญนี้เพื่อเป็นแบบแผนในการสืบเนื่องวิสัยทัศน์ พันธกิจ และการปกครองชุมนุมฯ

ข้อความเบื้องต้น

[edit | edit source]

มาตรา 1 ธรรมนูญนี้ให้เรียกว่า ธรรมนูญแห่งชุมนุมอวกาศยานศาสตร์และจรวดวิทยา ฉบับชั่วคราว

มาตรา 2 ธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในวิทยโกศชุมนุมฯ จนกว่าจะมีการประกาศใช้ธรรมนูญที่ร่างและจัดทำขึ้นตามมติที่ประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 1

มาตรา 3 ธรรมนูญนี้แรกทำขึ้นเป็นภาษาไทย ถ้าข้อความในภาษาอื่นนั้นแตกต่างไป ให้ใช้ภาษาไทยบังคับ

มาตรา 4 ในธรรมนูญนี้ คำว่า “ชุมนุมฯ” หมายถึงองค์กรซึ่งธรรมนูญนี้มีผลบังคับใช้ เมื่อมีการเปลี่ยนสถานะองค์กร พึงออกแนบท้ายแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงธรรมนูญให้เป็นปัจจุบันเสีย
แนบท้ายอันนี้ให้โฆษณาในวิทยโกศชุมนุมฯ

คำว่า “วิทยโกศ” และ “วิทยโกศชุมนุมฯ” หมายถึงแหล่งรวบรวมข้อมูลของชุมนุมฯ ที่รวบรวมไว้เป็นศูนย์กลางเพื่อประโยชน์การโฆษณาสาธารณะ ลักษณะของวิทยโกศให้กำหนดไว้ในข้อบังคับเพิ่มเติมให้มีลักษณะเหมาะสมกับกาลเวลา
ในที่นี้ คำว่า “technical repository”, “techRepo” และ ”_techRepo” ให้ถือว่าเป็นคำพ้องความ

คำว่า “การประชุมใหญ่” หมายถึงการประชุมสามัญประจำปีและการประชุมวิสามัญ

หมวด 1 หลักทั่วไป

[edit | edit source]

มาตรา 5 ชุมนุมฯ มีสมาชิกเป็นเจ้าของ อำนาจสูงสุดขององค์กรเป็นของสมาชิกทั้งหลาย

มาตรา 6 ชุมนุมฯ มีหน้าที่ส่งเสริมความสนใจและพัฒนาความสามารถสมาชิก

มาตรา 7 ชุมนุมฯ ดำเนินกิจกรรมเพื่อประโยชน์ตามหลักดังต่อไปนี้

  1. วิสัยทัศน์ สร้างบุคลากรและฐานความรู้แนวหน้าในด้านวิศวกรรมการบินอวกาศเพื่อเป็นรากฐานอุตสาหกรรมไทยในอนาคต
  2. พันธกิจ สร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายความมุ่งมั่น และส่งเสริมความสนใจอย่างลึกซึ้งในด้านอวกาศยานศาสตร์และจรวดวิทยาให้แก่นักศึกษา
  3. จุดประสงค์
    1. สร้างความรับรู้ และส่งเสริมความสนใจและองค์ความรู้ด้านอวกาศยานศาสตร์และจรวดวิทยา เพื่อส่งเสริมนักศึกษาให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ
    2. รวบรวมและสร้างองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญในการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศยาน ให้เป็นพื้นฐานสำคัญในการผลิตและพัฒนาวิทยาการอวกาศไทย
    3. วิจัยและพัฒนาระบบส่งน้ำหนักบรรทุกสู่อวกาศของประเทศไทย
    4. ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างนักศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ว่าจ้างในแต่ละแขนงวิชาการบินอวกาศ
    5. จัดหาสถานที่รวมกลุ่มชุมนุมเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกและการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน

มาตรา 8 ชุมนุมฯ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เลขที่ 1 ซอยฉลองกรุง 1 เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 10520

มาตรา 9 ชุมนุมฯ ดำเนินกิจกรรมโดยใช้สองภาษาตามหน้าที่ ดังนี้

  1. ภาษาอังกฤษ ใช้เป็นภาษาปฏิบัติการในการดำเนินกิจกรรมโดยทั่วไป ในการเก็บข้อมูลเชิงวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ และการสื่อสารภายใน
  2. ภาษาไทย ใช้ในธรรมนูญ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับของชุมนุมฯ รวมถึงการสื่อสารอย่างเป็นทางการกับสถาบันและหน่วยงานไทย

รายละเอียดการดำเนินงานให้กำหนดในระเบียบการใช้ภาษา

หมวด 2 ชื่อ

[edit | edit source]

มาตรา 10 ชื่อขององค์กรซึ่งธรรมนูญนี้มีผลบังคับใช้คือ ชุมนุมอวกาศยานศาสตร์และจรวดวิทยา

มาตรา 11 องค์กรซึ่งธรรมนูญนี้มีผลบังคับใช้ในภาษาอื่นให้เรียกดังต่อไปนี้

ภาษาอังกฤษ Astronautics and Rocketry Club ย่อว่า ARC
ภาษาญี่ปุ่น 宇宙工学・ロケット開発部

หมวด 3 สมาชิก

[edit | edit source]

มาตรา 12 ผู้ใดเป็นสมาชิกชุมนุมเมื่อมีชื่อในทะเบียนสมาชิกชุมนุม และมีคุณสมบัติไม่ขัดต่อข้อกำหนดตามมาตราอื่น ๆ ในธรรมนูญนี้ ทะเบียนสมาชิกจะต้องมีลักษณะเป็นเอกสารที่มีการตรวจสอบดูแล เลขาธิการเป็นผู้รับผิดชอบ สามารถเก็บได้ในรูปแบบใดก็ได้ที่เหมาะสมกับกาลเวลา เผยแพร่เป็นสาธารณะหรือนำเข้าสู่วิทยโกศหรือไม่ก็ได้

มาตรา 13 สมาชิกมีสถานะเป็นนิสิตหรือนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา เว้นแต่ประธานจะกำหนดให้เป็นกรณีพิเศษ

มาตรา 14 สมาชิกอ่านและยอมรับธรรมนูญ กฎ และระเบียบของชุมนุมฯ และทำเครื่องหมายแสดงเจตนาตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่นการลงลายมือชื่อ
เลขาธิการเป็นผู้รับผิดชอบเก็บทะเบียนสัญลักษณ์ ผู้ใดไม่มีสัญลักษณ์ในทะเบียนสัญลักษณ์ถือว่าสมาชิกภาพเป็นโมฆียะ
ทะเบียนสัญลักษณ์ห้ามเผยแพร่เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของสมาชิก

มาตรา 15 สมาชิกจ่ายค่าบำรุงชุมนุมฯ ประจำปีตามอัตราที่ประกาศคณะกรรมการชุมนุมฯ กำหนด ประกาศนี้ให้โฆษณาในวิทยโกศชุมนุมฯ

มาตรา 16 สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลงด้วยเหตุ เมื่อ

  1. ตาย
  2. ถอนสมาชิกภาพ โดยสมาชิกแจ้งประธานหรือเลขาธิการ หรือเขียนหนังสือลาออกได้ทุกเวลา
  3. ขาดคุณสมบัติของสมาชิกตามที่กำหนดในธรรมนูญนี้
  4. ที่ประชุมใหญ่พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน โดยเห็นว่า มีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชุมนุมฯ มติในข้อนี้ต้องมีเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

มาตรา 17 สมาชิกมีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของชุมนุมฯ โดยเท่าเทียมกัน

มาตรา 18 สมาชิกมีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของชุมนุมฯ ต่อคณะกรรมการ

มาตรา 19 สมาชิกมีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่ชุมนุมฯ ได้จัดให้มีขึ้น

มาตรา 20 สมาชิกมีสิทธิออกเสียงในการประชุมสามัญประจำปี และการประชุมวิสามัญของชุมนุมฯ

มาตรา 21 เมื่อสมาชิกชุมนุมฯ มีจำนวนไม่ต่ำกว่าหนึ่งในยี่สิบของจำนวนทั้งหมดเห็นเป็นการจำเป็น ย่อมมีสิทธิร่วมกันทำคำร้องต่อประธานให้เรียกประชุมวิสามัญชุมนุมฯ ได้

มาตรา 22 สมาชิกมีสิทธิเป็นประธาน กรรมการ และหัวหน้าฝ่ายชุมนุมฯ

มาตรา 23 ผู้ซึ่งสนใจในกิจกรรมชุมนุมฯ แต่ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิก สามารถขอเป็นสหายของชุมนุมฯ ได้ตามวิจารณญาณประธาน และสามารถเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมฯ ได้ โดยไม่มีสิทธิตามมาตรา 17 ถึงมาตรา 22 ของธรรมนูญ

หมวด 4 ประธาน

[edit | edit source]

มาตรา 24 ประธานเป็นประมุขของชุมนุมฯ ซึ่งสมาชิกชุมนุมฯ เป็นผู้เลือกตั้งขึ้น เป็นผู้แทนชุมนุมฯ และผู้ได้รับความไว้วางใจจากคณะกรรมการและคณะบริหาร
วิธีเลือกตั้ง ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งประธานและกรรมการ

มาตรา 25 ประธาน ให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละหนึ่งปี ตำแหน่งประธานว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้เลขาธิการทำหน้าที่โดยพลางไปก่อน แล้วจึงเลือกตั้งประธานขึ้นแทนให้

มาตรา 26 วาระประธานสิ้นสุดลงเมื่อที่ประชุมสามัญประจำปีมีมติเลือกตั้งประธาน

มาตรา 27 ความเป็นประธานสิ้นสุดลงด้วยเหตุ เมื่อ

  1. สิ้นสุดวาระ
  2. ลาออก
  3. สิ้นสุดสมาชิกภาพชุมนุมฯ ตามมาตรา 16 ของธรรมนูญ
  4. ที่ประชุมวิสามัญพิจารณาลงมติให้ถอดถอน โดยเห็นว่า มีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชุมนุมฯ มติในข้อนี้ต้องมีเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

มาตรา 28 ถ้าประธานมีเหตุจำเป็นชั่วคราวทำหน้าที่ไม่ได้ ให้คณะกรรมการเป็นผู้ใช้สิทธิแทน

มาตรา 29 การกระทำใด ๆ ของประธานต้องมีกรรมการผู้หนึ่งผู้ใดลงนามด้วยโดยได้รับความยินยอมของคณะกรรมการจึงจะใช้ได้ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ

หมวด 5 คณะกรรมการ

[edit | edit source]

มาตรา 30 คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการซึ่งสมาชิกชุมนุมฯ เป็นผู้เลือกตั้งขึ้น ได้แก่

  1. เลขาธิการ
  2. เหรัญญิก
  3. กรรมการสามัญ ตามจำนวนซึ่งที่ประชุมสามัญประจำปีกำหนด ไม่เกินหกคน

วิธีเลือกตั้ง ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งประธานและกรรมการ

มาตรา 31 คณะกรรมการมีความรับผิดชอบต่อสมาชิกชุมนุมฯ มีหน้าที่ปกครองชุมนุมฯ ดูแลสถานะการเงิน และบริหารทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามมาตรา 40 ของคณะบริหาร
ด้วยความเป็นผู้แทนซึ่งเจตนารมณ์ของสมาชิก คณะกรรมการย่อมมีสิทธิในการร่างกฎ ระเบียบ และข้อบังคับเพื่อเป็นประโยชน์ไปตามความรับผิดชอบในการปกครองชุมนุมฯ และพิทักษ์ไว้ซึ่งความมั่นคงทางการเงินและทรัพย์ ตราบเท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของสมาชิกที่กำหนดไว้ในธรรมนูญนี้

มาตรา 32 กรรมการ ให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละหนึ่งปี ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้เลือกตั้งกรรมการขึ้นแทนให้

มาตรา 33 วาระกรรมการสิ้นสุดลงเมื่อที่ประชุมสามัญประจำปีมีมติเลือกตั้งคณะกรรมการ

มาตรา 34 ความเป็นกรรมการสิ้นสุดลงด้วยเหตุ เมื่อ

  1. สิ้นสุดวาระ
  2. ลาออก
  3. สิ้นสุดสมาชิกภาพชุมนุมฯ ตามมาตรา 16 ของธรรมนูญ
  4. ที่ประชุมวิสามัญพิจารณาลงมติให้ถอดถอน โดยเห็นว่า มีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชุมนุมฯ มติในข้อนี้ต้องมีเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

มาตรา 35 กรรมการมีสิทธิขอขยายช่วงระงับสิทธิ์ออกเสียงของตำแหน่งบริหารตามมาตรา 41 ได้เป็นระยะเวลาไม่มากกว่า 4 สัปดาห์

มาตรา 36 คณะกรรมการมีสิทธิยับยั้งการกำหนดเพิ่มตำแหน่งบริหารภายในช่วงระงับสิทธิ์ของตำแหน่งนั้น

มาตรา 37 คณะกรรมการมีสิทธิเรียกประชุมวิสามัญชุมนุมฯ

มาตรา 38 สิทธิของคณะกรรมการสามารถแสดงได้ตามความเห็นกรรมการมากกว่ากึ่งจำนวนทั้งหมด ถ้าความเห็นกรรมการเสมอกันให้ประธานเป็นผู้ลงคะแนนเสียงชี้ขาด

หมวด 6 คณะบริหาร

[edit | edit source]

มาตรา 39 คณะบริหารประกอบด้วยหัวหน้าฝ่ายซึ่งแต่งตั้งกันเองภายใน

มาตรา 40 คณะบริหารมีความรับผิดชอบต่อวิสัยทัศน์และพันธกิจชุมนุมฯ ตามมาตรา 7 มีหน้าที่ในการกำหนดทิศทางเชิงเทคนิค

มาตรา 41 คณะบริหารมีสิทธิเพิ่ม เปลี่ยนชื่อ หรือยุบตำแหน่งบริหารได้เองตามที่เห็นสมควร โดยมีหนังสือแจ้งคณะกรรมการให้ทราบ
ตำแหน่งที่เกิดขึ้นใหม่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงในฐานะหัวหน้าฝ่ายเป็นระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์

มาตรา 42 การตั้งกรรมการเป็นหัวหน้าฝ่ายนั้น ไม่ทำให้ผู้ได้รับตั้งจำต้องลาออกจากความเป็นกรรมการ

มาตรา 43 ความเป็นหัวหน้าฝ่ายสิ้นสุดลงด้วยเหตุ เมื่อ

  1. คณะบริหารลงมติให้ถอดถอน
  2. ลาออก
  3. สิ้นสุดสมาชิกภาพชุมนุมฯ ตามมาตรา 16 ของธรรมนูญ
  4. ที่ประชุมใหญ่พิจารณาลงมติให้ถอดถอน โดยเห็นว่า มีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชุมนุมฯ มติในข้อนี้ต้องมีเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

มาตรา 44 คณะบริหารมีสิทธิเรียกประชุมวิสามัญชุมนุมฯ เมื่อหัวหน้าฝ่ายเห็นชอบไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนทั้งหมด

มาตรา 45 สิทธิของคณะบริหารสามารถแสดงได้ตามความเห็นหัวหน้าฝ่ายมากกว่ากึ่งจำนวนหัวหน้าฝ่ายที่มาประชุม หากความเห็นหัวหน้าฝ่ายเสมอกันให้ประธานเป็นผู้ลงคะแนนเสียงชี้ขาด

มาตรา 46 หัวหน้าฝ่ายควรพิจารณาหาผู้สืบทอดและโอนตำแหน่งหน้าที่ในระยะหนึ่งปีก่อนจบการศึกษา

หมวด 7 การประชุม

[edit | edit source]

มาตรา 47 การประชุมสามัญประจำปีและการประชุมวิสามัญ ให้จัดขึ้นในช่วงอนุญาตให้ประชุม

มาตรา 48 การประชุมสามัญประจำปีและการประชุมวิสามัญ ให้โฆษณาประกาศวันเริ่มประชุมและวาระการประชุมเป็นเวลาไม่ต่ำกว่าเจ็ดวันก่อนถึงวันเริ่มประชุม

มาตรา 49 ช่วงอนุญาตให้ประชุม ให้คณะกรรมการกำหนดสำหรับปีต่อไป โดยพิจารณาจากปฏิทินการศึกษาของสมาชิก ต้องกำหนดและโฆษณาประกาศภายในเวลาไม่ต่ำกว่าสี่สิบสองวันก่อนถึงวันเริ่มประชุมสามัญประจำปี

มาตรา 50 ในปีหนึ่ง ให้มีการประชุมสามัญประจำปีครั้งหนึ่ง วันเริ่มประชุมสามัญประจำปี ให้คณะกรรมการกำหนดสำหรับปีต่อไป ต้องให้วันเริ่มประชุมอยู่ก่อนสิ้นสุดช่วงอนุญาตให้ประชุมสำหรับปีต่อไปเป็นเวลาไม่ต่ำกว่าเจ็ดวัน

มาตรา 51 เมื่อสมาชิกชุมนุมฯ มีจำนวนไม่ต่ำกว่าหนึ่งในยี่สิบของจำนวนทั้งหมดเห็นว่าช่วงอนุญาตให้ประชุมที่คณะกรรมการประกาศไม่เหมาะสม ไม่สะดวก ย่อมมีสิทธิร่วมกันทำคำร้องเสนอช่วงอนุญาตให้ประชุมเช่นอื่นต่อประธานให้บรรจุลงวาระการประชุมสามัญประจำปีได้ เช่นนั้น ช่วงอนุญาตให้ประชุมให้เป็นไปตามมติที่ประชุมสามัญประจำปีวินิจฉัย

มาตรา 52 การประชุมวิสามัญ ต้องกำหนดให้สมาชิกได้มาประชุมภายในสิบสี่วันนับแต่มีการเรียก ถ้าการเรียกเกิดขึ้นนอกช่วงอนุญาตให้ประชุม ต้องกำหนดให้สมาชิกได้มาประชุมภายในสิบสี่วันนับแต่เริ่มช่วงอนุญาตให้ประชุม

มาตรา 53 การประชุมสามัญประจำปีและการประชุมวิสามัญทุกคราว จะเป็นองค์ประชุมได้แต่โดยมีสมาชิกมาประชุมตามเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งดังต่อไปนี้

  1. ไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
  2. ไม่ต่ำกว่าสองเท่าของจำนวนสมาชิกไม่นับซ้ำที่เป็นกรรมการหรือหัวหน้าฝ่ายรวมกัน

มาตรา 54 การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษานั้น ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ เว้นไว้แต่เรื่องซึ่งมีบทบัญญัติไว้เป็นพิเศษในธรรมนูญนี้
สมาชิกคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีจำนวนเสียงลงคะแนนเท่ากัน ให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา 55 รายละเอียดข้อบังคับการประชุมสามัญประจำปีและการประชุมวิสามัญ ให้เป็นไปตามระเบียบการประชุมใหญ่

หมวด 8 การเงินและงบประมาณ

[edit | edit source]

มาตรา 56 การเงินและงบประมาณของชุมนุมฯ ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการเงินและทรัพย์สิน

หมวด 9 บทสุดท้าย

[edit | edit source]

มาตรา 57 กฎ ระเบียบ ข้อบังคับใด ๆ ของชุมนุมฯ มีข้อความขัดแย้งหรือขัดแก่ธรรมนูญนี้ ถือว่า กฎ ระเบียบ ข้อบังคับนั้นเป็นโมฆะ

มาตรา 58 ธรรมนูญนี้จะแก้ไขเพิ่มเติมได้แต่โดยเงื่อนไขต่อไปนี้

  1. ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติม ต้องมาจากคณะกรรมการทางหนึ่ง หรือมาจากคณะบริหารทางหนึ่ง หรือมาจากสมาชิกซึ่งรวมกันมีจำนวนไม่ต่ำกว่าหนึ่งในยี่สิบของจำนวนทั้งหมดทางหนึ่ง
  2. ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมบรรจุเป็นวาระการประชุม ก่อนโฆษณาประกาศตามมาตรา 48 ของธรรมนูญนี้
  3. ที่ประชุมซึ่งบรรจุญัตติเข้าสู่วาระ มีสมาชิกมาประชุมไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
  4. การออกเสียงลงคะแนน ให้ใช้วิธีเรียกชื่อ และต้องมีเสียงเห็นชอบด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นไม่ต่ำกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม

มาตรา 59 ชุมนุมฯ สิ้นสุดโดยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้

  1. ไม่มีกิจกรรมของชุมนุมฯ ปรากฏแก่ผู้ใดในรอบปี
  2. เมื่อที่ประชุมลงคะแนนด้วยวิธีเรียกชื่อ มีสมาชิกไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเห็นชอบขอให้ยุบเลิกชุมนุมฯ

หมวด 10 บทเฉพาะกาล

[edit | edit source]

มาตรา 60 ในระหว่างเวลาตั้งแต่ใช้ธรรมนูญนี้ จนกว่าที่ประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 จะได้มีมติเลือกตั้งประธานและคณะกรรมการ ให้อนุโลมใช้วิธีแต่งตั้งโดยกรรมการชุมนุมฯ ปัจจุบันไปพลางก่อน

มาตรา 61 ค่าบำรุงชุมนุมฯ ประจำปีตามมาตรา 15 ให้ยกเว้นไปก่อน จนกว่าคณะกรรมการตามมาตรา 30 จะเข้ารับหน้าที่แล้ว คณะกรรมการจึงควรพิจารณาเพิ่มอัตราค่าบำรุงชุมนุมฯ อย่างต่อเนื่องให้ได้ที่อัตราปีละ 500 บาทภายในปีที่ห้า ตามความเหมาะสม


ลงนาม

ประธานชุมนุมอวกาศยานศาสตร์และจรวดวิทยา